
แต่เริ่มต้นจากประสบการณ์ของหมอคนหนึ่ง…ที่เคยตรวจและดูแลคนไข้มากถึงวันละ 70 คน”
ในช่วงแรกของการเป็นแพทย์ความงาม เครื่องมือและเทคโนโลยียังมีไม่มากเท่าวันนี้ สิ่งที่หมอมีคือความรู้ ประสบการณ์จากคนไข้จำนวนมาก และการฝึกฝนการใช้ฟิลเลอร์ในแทบทุกวันเกิน10 ซีซีทุกวันข้าวปลาไม่ต้องกิน 555
การได้เห็นใบหน้าที่แตกต่างกันครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้หมอเรียนรู้ว่า ความงามไม่มีสูตรสำเร็จ
ฟิลเลอร์หนึ่งหลอดอาจเหมาะกับคนหนึ่ง แต่ไม่จำเป็นต้องเหมาะกับอีกคน
เทคนิคที่กำลังได้รับความนิยม อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้ทุกคน
และคำว่า “ทำได้” ไม่ได้แปลว่า “ควรทำ” เสมอไป
เมื่อเวลาผ่านไป วงการความงามเริ่มเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยี เครื่องเลเซอร์ เครื่องยกกระชับ และนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ
ทุกบริษัทต่างบอกว่าเครื่องของตัวเองดี
ทุกเทคโนโลยีต่างมีผลลัพธ์ที่น่าสนใจ
แต่สำหรับหมอ คำโฆษณาไม่เคยเพียงพอที่จะใช้ตัดสินใจนำเครื่องหนึ่งเครื่องเข้ามาดูแลคนไข้
ก่อนซื้อเครื่องทุกเครื่อง หมอจะเอาตัวเองไปทดลองก่อนเสมอ
ไม่ใช่เพียงครั้งเดียวแล้วตัดสินใจ
แต่ต้องลองอย่างน้อยสามครั้ง เพื่อดูทั้งความรู้สึกขณะทำ การฟื้นตัว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และข้อจำกัดของเทคโนโลยีนั้น
เพราะคนแรกที่หมอยอมให้รับความเสี่ยง…คือตัวหมอเอง
เงินที่ใช้ลงทุนทุกบาทเป็นเงินของหมอ
หมอจึงต้องคิดอย่างรอบคอบว่า เครื่องนั้นไม่ได้เพียงคุ้มค่ากับการลงทุน แต่ต้องคุ้มค่ากับเงินของคนไข้ และคุ้มค่ากับความไว้วางใจที่คนไข้มอบให้เราด้วย
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา Arunya Clinic จึงไม่ได้เติบโตจากการพยายามมีเครื่องให้มากที่สุด หรือทำตามทุกกระแสที่เข้ามา
เราเติบโตจากการค่อย ๆ เลือก
ค่อย ๆ ทดลอง
ค่อย ๆ เรียนรู้
และเลือกเก็บไว้เฉพาะสิ่งที่หมอเชื่อจริง ๆ ว่าเหมาะสม ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่มีคุณค่ากับคนไข้
จากวันที่หมอตรวจคนไข้วันละ 70 คน
มาถึงวันนี้ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือความรับผิดชอบต่อทุกใบหน้าที่อยู่ตรงหน้า
สิบปีอาจเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งของคลินิก
แต่สำหรับหมอ มันคือประสบการณ์จากคนไข้นับไม่ถ้วน การตัดสินใจครั้งสำคัญมากมาย และความไว้วางใจที่ต้องดูแลให้ดีที่สุดในทุกวัน
นี่คือ 10 ปีของ Arunya Clinic
คลินิกที่ไม่ได้เลือกสิ่งใหม่ที่สุดเพียงเพราะมันใหม่
แต่เลือกสิ่งที่หมอกล้าทดลองกับตัวเอง และมั่นใจมากพอที่จะใช้ดูแลคนไข้ของเรา”


